สวิงกิ้ง!!

เมื่อวันที่ : 29 สิงหาคม 2555 03:23:53
อ่านไปแล้ว : 3,262 ครั้ง, 0 ความคิดเห็น
ข่าวการซื้อขายย้ายตัวช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ถือว่ามีแข้งระดับ "บิ๊กเนม" ย้ายสังกัดกันเยอะพอควรนะครับ และที่น่าสนใจอีกรูปแบบนึง ก็คือการย้ายสลับขั้วแบบที่เรียกว่า "สวิงกิ้ง" หรือในหนังไทยบางเรื่องที่ตั้งชื่อว่า "สลับคู่ชู้ชื่น"

โดยหลักๆ ที่เห็นกันในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก็ไม่น่าจะหนีไปจาก โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ที่หักอกสาวก "ไอ้ปืนใหญ่" เข้าอย่างจังโดยการย้ายไปอยู่กับทีมคู่อริแย่งแชมป์อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นอกจากนี้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่สร้างความฮือฮาในตลาดการซื้อขายนักเตะได้มากโขอยู่เมื่อตกลงย้ายจาก เอซี มิลาน ไปซบตัก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส ส่วนอีกรายเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ลูก้า โมดริช ที่ทำให้ซีรี่ส์เรื่องยาวในการย้ายทีมของตนเองจบบริบูรณ์ลงเสียที หลังจากที่ยืดเยื้อมานานแสนนาน โดยดาวเตะทีมชาติโครเอเชียได้ย้ายไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด สมใจอยากด้วยค่าตัว 32 ล้านปอนด์ (1,600 ล้านบาท)

                   สร้างชื่อกับ ซามพ์โดเรีย มาด้วยกันทั้งคู่ ก่อนจะมาโดนจับแยกโดยเมือง มิลาน

ส่วนการย้ายตัวที่ถือเป็นที่ฮือฮาพอสมควร แต่ไม่ได้ฮือฮาในเรื่องของค่าตัวที่มากมายมหาศาล แต่เป็นการย้ายสลับดอกในแบบที่เรียกว่า "สวิงกิ้ง" หรือในท้องเรื่องหนังไทยบางเรื่องที่ตั้งชื่อว่า "สลับคู่ชู้ชื่น" อะไรประมาณนั้น โดยการ "สวิงกิ้ง" ครั้งนี้เป็นการย้ายสลับขั้วกันของ 2 กองหน้าอิตาเลียน ที่สังกัดอยู่กับ เอซี มิลาน และ อินเตอร์ มิลาน 2 ทีมอภิมหาอำนาจลูกหนังของแดนมะกะโรนี โดย อันโตนิโอ คาสซาโน่ ย้ายจาก "ปีศาจแดง-ดำ" ไปร่วมทัพ "งูใหญ่" ซึ่งสวนทางกับ จามเปาโล ปาซซินี่ ที่ย้ายจาก "เนรัซซูรี่" ไปร่วมทัพ "รอสโซเนรี่" ซึ่งการย้ายครั้งนี้ดูเหมือนว่าฝ่าย "รองแชมป์เก่า" จะดูเสียเปรียบไม่น้อยเพราะต้องบวกเงินอีกถึง 7 ล้านยูโร (280 ล้านบาท) ให้กับอริร่วมเมืองด้วย

ย้ายจาก ซามพ์โดเรีย ในเวลาไล่เลี่ยกัน "งูใหญ่่" คว้าตัว "ปาซโซ่" ขณะที่ "ปีศาจแดง-ดำ" สอย "คาสซ่า"

การ "สวิงกิ้ง" ของ 2 ยักษ์ใหญ่ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อ มิลาน ต้องการที่จะผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ หลังจากพลาดแชมป์ไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว บวกกับการที่สโมสรต้องประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก บอร์ดบริหารจึงต้องการเปลี่ยน "สเตตัส" ของทีมที่เปรียบเสมือนบ้านพักคนชรามาเป็นศูนย์เยาวชนเมืองมิลาน โดยผู้เล่นแกนหลักที่อายุมากต่างทยอยกันออกจากทีมไม่ว่าจะเป็น อเลสซานโดร เนสต้า, คลาเร้นซ์ เซดอร์ฟ, เจนนาโร่ กัตตูโซ่, มาร์ค ฟาน บอมเมล, ดีด้า ฯลฯ แถมยังมีแข้งที่ฝืนสังขารไม่ไหวบอกลาอาชีพการค้าแข้งไปอย่าง ฟิลิปโป้ อินซากี้ ไหนจะนักเตะที่ขายออกจากทีมไปเพื่อเอากำไรอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช และ ติอาโก้ ซิลวา อีก

          เพี้ยนรุ่นพี่ควงเพี้ยนรุ่นน้องซ่าส์มาแล้วในศึกยูโร 2012 แถมยังพา อัซซูรี่ ไปไกลถึงรองแชมป์

ในขณะที่ อินเตอร์ มิลาน ก็อยู่ในช่วงฟองสบู่แตกเช่นเดียวกัน แถมมีแข้งหลายรายที่โบกมือลาทีมไปทั้ง ดีเอโก้ ฟอร์ลัน, ลูซิโอ, ลุค คาสเตญญอส และ โกรัน ปานเดฟ แต่ดูแล้วปัญหาน่าจะเบากว่าทีมคู่อริเล็กน้อย เนื่องจากยังมีแกนหลักของทีมอย่าง เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ และ ดีเอโก้ มิลิโต้ อยู่กับทีม แถมยังมี ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช ผู้รักษาประตูรายใหม่ที่คว้ามาจาก อูดิเนเซ่ เพื่อมาสร้างแรงกระตุ้นให้กับ ฮูลิโอ เซซาร์ เจ้าของมือ 1 ในถิ่น จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า ซึ่งการเสริมทัพของ "งูใหญ่" ไม่ถือว่าเป็นที่ฮือฮามากนัก จนกระทั่งสวรรค์ประทานพรดลใจให้ทีมอริร่วมเมืองคิดสั้นปล่อยตัว "คาสซ่า" มาร่วมทีม แถมยังรับทรัพย์อีก 7 ล้านยูโร (280 ล้านบาท) รวมอยู่ในข้อเสนอครั้งนี้ด้วย เรียกได้ว่าเหมือนเป็นของขวัญผูกโบว์อย่างดีที่ มิลาน มอบให้กับ อินเตอร์ ต้อนรับฤดูกาลใหม่พร้อมกับรอยยิ้ม

            ปาซซินี่ ล้มลุกคลุกคลานกับ อินเตอร์ มิลาน มาปีครึ่ง ส่วนโอกาสในนามทีมชาติแทบไม่มี

หากจะว่าไปแล้วการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ "ปีศาจแดง-ดำ" ก็เหมือนกับคนหลงทาง หาทางออกไม่ถูกยังไงยังงั้น นี่หากไม่นับรวมกรณีของคู่หูดูโอ อิบรา แอนด์ ซิลวา แล้ว เคสการ "สวิงกิ้ง" กันของ "คาสซ่า" และ "ปาซโซ่" ก็ถือเป็นการกระทำที่เสี่ยงต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก โดยแลกตัวกันธรรมดาก็ถือว่าขาดทุนแล้วสำหรับ มิลาน แต่นี่ยังดันแถมเงินไปให้กับ "งูใหญ่" ถึง 7 ล้านยูโรอีกต่างหาก มองมุมไหนก็มีแต่เสียกับเสีย โดย "คาสซ่า" เป็นถึงกองหน้าทีมชาติอิตาลี ชุดลุยศึก ยูโร 2012 แถมมีส่วนสำคัญในการพาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศด้วย โดยเฉพาะการพลิกหลบกองหลังเยอรมันถึง 2 คนและไปเปิดถวายพานให้ มาริโอ บาโลเตลลี่ โขกเข้าไปในเกมรอบรองชนะเลิศที่ทัพ "อัซซูรี่" โค่น เยอรมัน ไปแบบราบคาบ 2-0 โดยจังหวะดังกล่าวบ่งบอก "คลาส" ของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี

             มาดยียวนของ ปีเตอร์แพน หลังสวิงกิ้งลุล่วง ไม่รู้ว่าชูนิ้วให้ทีมเก่าผิดนิ้วหรือเปล่านะ 555

ต่างจาก "ปาซโซ่" ที่ถือว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการย้ายจาก ซามพ์โดเรีย มาค้าแข้งกับ อินเตอร์ มิลาน โดยระยะเวลา 1 ปีครึ่งที่ย้ายมาล่าประตูในถิ่น จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า หัวหอกรายนี้ลงสนามรับใช้ต้นสังกัดไปทั้งสิ้น 59 นัด ยิงไปเพียง 19 ประตูเท่านั้น และด้วยฟอร์มการเล่นที่ออกทะเลของเจ้าตัวทำให้โอกาสในการติดทีมชาติอิตาลีชุดลุย ยูโร 2012 ของเจ้าตัวมีอันต้องพังทลายลงไปตั้งแต่ไก่โห่ มิหนำซ้ำ "งูใหญ่" ยังแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่เห็นความสำคัญของ "ปาซโซ่" อีกต่อไป เมื่อมีข้อเสนอ "ชุดสุดคุ้ม" จากเพื่อนร่วมเมืองเข้ามา และ อินเตอร์ ก็ตอบตกลงแบบไม่ต้องคิดอะไรให้มากมาย

                   รายนี้ก็ใช่ย่อยสำหรับ ปาซซินี่ หลังเปิดตัวแบบหล่อๆ กับต้นสังกัดใหม่ เอซี มิลาน

ทั้งนี้ หลังจากที่ทั้งคู่ตกลงแลกสีเสื้อกันเป็นที่เรียบร้อย มหกรรม "เนรคุณทีมเก่า" ก็เกิดขึ้นมาทันที โดยทั้งคู่จัดการจวกแหลกต้นสังกัดเก่าของตัวเองเหมือนกับเขียนไว้ในสคริปท์เลยแหละ โดยตัดพ้อทีมเก่าว่าเป็นอย่างนู้น อย่างนี้ อย่างนั้น กันไปต่างๆ นานา ตามประสาความเป็นมืออาชีพ 55555 โดย "ปีเตอร์แพน" หลังจากย้ายข้ามฟากมาไม่นานก็หันไปเย้ยหยันใส่ทีมเก่าของตนเองประมาณว่า "คนที่คิดผิดคือคุณ ไม่ใช่ผม" และยังมีส่วนร่วมกับประตูที่ 2 โดยเจ้าตัวเป็นคนผ่านบอลให้ ดีเอโก้ มิลิโต้ ยิงเข้าไปในเกมที่ งูใหญ่ บุกไปขยี้น้องใหม่อย่าง เปสคาร่า ซะ 3-0 ในเกมประเดิมสนาม กัลโช่ เซเรีย อา ซึ่งหลังจบเกม "ปีเตอร์แพน" ก็ไม่วายเหน็บแนมต้นสังกัดเก่าโดยการเปิดเผยว่า "การเล่นให้ อินเตอร์ มิลาน มันเป็นอะไรที่ง่ายมากเลยนะ ขอบอกๆๆ 555"

                                      ภาพล้อเลียนจาก Goal.com ตีความกันเอาเองนะ 555

ส่วนในรายการของ "ปาซโซ่" นี่ก็ใช่ย่อย หลังจากย้ายสลับดอกมาอยู่กับ เอซี มิลาน แล้ว พี่แกก็ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยแว้งกัดต้นสังกัดเก่าทันทีตั้งแต่ย้ายมาถึงถิ่น ซาน ซิโร่ เช่นเดียวกัน โดยเผยว่ารู้สึกมีความสุขกว่าสมัยค้าแข้งอยู่กับ "งูใหญ่" เป็นไหนๆ ซึ่งการย้าย "สลับคู่ชู้ชื่น" ในครั้งนี้ หลายคนอาจจะมองว่า มิลาน เป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะไหนจะต้องเสียกองหน้าตัวความหวังไปแล้ว แถมยังต้องเสียเงินไปถึง 7 ล้านยูโรด้วย ซึ่งจะว่าไปแล้วเอาเฉพาะการแลกตัวกันเปล่าๆ แบบไม่มีเงินมาเกี่ยวข้องก็ถือว่า มิลาน เสียเปรียบไปแล้วนิดนึง ไหนจะต้องเสียเงินอีก แถมผู้เล่นที่เข้ามาใหม่ก็แทบไม่ได้สร้างความหวาดผวาให้กับทีมคู่แข่งแย่งแชมป์เลย โดยหากหันไปมองผู้เล่นในสต๊อคที่พอจะฝากความหวังได้ก็มีแค่ ริคคาร์โด้ มอนโตลิโว่ รายเดียวเท่านั้น ซึ่งหากเทียบกับคุณภาพของนักเตะที่เสียไป เชื่อว่าปีนี้น่าจะเป็นปีที่หนักหนาสาหัสของ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี กุนซือของทีมอย่างแน่นอน เพราะดูขุมกำลังและเทียบกับทีมพี่เบิ้มอย่าง ยูเวนตุส, อินเตอร์ มิลาน, นาโปลี ก็ถือว่า "ปีศาจแดง-ดำ" นั้นเป็นรองทีมเหล่านั้นอยู่หลายขุม

                            มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ผู้ที่อาจตกเป็นแพะรับบาปของเหตุการณ์ สวิงกิ้ง

            อย่างไรก็ตาม การ "สวิงกิ้ง" กันของคู่หู "คาสซ่า-ปาซโซ่" ยังไม่สามารถตัดสินได้ว่า มิลาน คิดถูกหรือคิดผิด เนื่องจากฤดูกาลได้เริ่มต้นมาเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น งานนี้ขอบอกว่าต้องรอดูกันยาวๆ ว่าใครกันแน่ที่คิดผิด โดยเฉพาะเกม "มิลาน ดาร์บี้ แมตช์" ในปีนี้ที่จะอุบัติขึ้นในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ เพราะอย่างน้อยก็มีอีก 1 ประเด็นให้คอบอลได้พูดถึงกัน และเกมนั้นหากใครคนใดคนหนึ่งยิงประตูได้ หรือยิงได้ทั้งคู่ หรืออาจยิงไม่ได้กันเลย แน่นอนว่าจะต้องมีคำพูดที่อ้างอิงถึงการ "สวิงกิ้ง" ครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

                                                       ต้นหิน

เขียนโดย : Tontengtan
 

ความคิดเห็นบทความนี้ (0)

ยังไม่มีความคิดเห็นในบทความนี้

แสดงความคิดเห็น

ชื่อผู้โพส
อีเมลผู้โพส
ข้อความ
รหัสป้องกัน
กรอกข้อความที่เห็นลงในช่องด้านล่าง
 
 
เหตุผล :
ติดตามอ่าน คอลัมน์นิสต์ประจำเว็บ
จ่าตุ๊
NeZUMI
The NUT
๑๑บุญเติม๑๑
ยอดขวัญ
นนท์
P.D.
เอก ประวิตร

 

อ่านบทความอื่น ๆ ทั้งหมด

กรุณากรอกข้อมูลการเข้าระบบของคุณ